Give us a call now: 02-108-1791, 084-909-9596
Logo
สิ่งที่ควรรู้ก่อนขายสินค้าพรีออเดอร์
30 Aug 2021

สิ่งที่ควรรู้ก่อนขายสินค้าพรีออเดอร์

หลายคนคงจะคุ้นเคยหรือได้ยินกับคำว่า “สินค้าพรีออเดอร์” ที่เป็นคำยอดนิยมของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือเหล่าร้านค้าออนไลน์ใช้กันอย่างมาก เพราะการเปิดพรีออเดอร์ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทราบความต้องการของสินค้าว่าลูกค้าต้องการเท่าไหร่ หรือมีจำนวนเท่าไหร่ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องสั่งมาจากต่างประเทศอย่าง อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ซึ่งธุรกิจแบบพรีออเดอร์ในโลกออนไลน์ก็ขยายวงกว้างและกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เวลาคุณเข้าไปยังร้านขายของออนไลน์บนสังคมออนไลน์ จะพบว่าหลายร้านค้านิยมรับพรีสินค้าพรีออเดอร์ก่อน

เหตุผลหลักๆ ที่คนนิยมขายของแบบพรีออเดอร์ คือ ไม่ต้องสต๊อคสินค้า ทุนไม่จม ไม่ต้องลงทุนเยอะ เลือกสินค้ามาให้ลูกค้าเลือกชมได้มากมายหลากหลายกว่าร้านที่ต้องซื้อสินค้ามาสต๊อค

พรีออเดอร์ (Pre-Order) คืออะไร?

พรีออเดอร์ (Pre-Order) คือการสั่งซื้อสินค้าที่ไม่ได้มีอยู่แล้วในสต็อก เป็นการสั่งซื้อเพื่อเช็กจำนวน สำหรับสั่งผลิต หรือสั่งนำเข้าสินค้า ว่าง่ายๆ คือ ผู้ขายสินค้าพรีออเดอร์จะเปิดให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินก่อน แล้วผู้ขายจึงจะสั่งซื้อหรือสั่งผลิตสินค้านั้นๆ ตามจำนวนชิ้นที่ได้รับออเดอร์มา ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่สั่งสินค้าเกินจำนวน ถือเป็นการขายสินค้าที่ผู้ขายไม่ต้องลงทุนลงเงินซื้อสินค้ามาก่อน และไม่ต้องห่วงว่าจะมีสินค้าเหลือค้างสต็อกหากขายไม่หมด เพราะเป็นการสั่งผลิตหรือสั่งซื้อตามที่ลูกค้าออเดอร์แบบเป๊ะๆ นั่นเอง 

อย่างไรก็ตามผู้ที่กำลังสนใจในการเปิดรับพรีออเดอร์สินค้าหรือแม้แต่ลูกค้าเองที่กำลังสนใจจะสั่งของแบบพรีออเดอร์ ก็จะต้องมีเรื่องที่จะคิด ทบทวนหรือหาข้อมูล วันนี้ Loga มีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อยก่อนที่จะตัดสินใจพรีออเดอร์สินค้า แต่จะว่ามีอะไรบ้าง ไปดูกันดีกว่า  

ก่อนเปิดร้านพรีออเดอร์ ต้องรู้ก่อนว่าจะขายอะไร

  • เลือกสินค้าที่จะขาย

สินค้าที่สามารถทำพรีออเดอร์มีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ภายในครัวเรือน ของใช้แม่และเด็ก และอื่นๆ ดังนั้นให้เลือกขายสินค้าตามความถนัด ความสนใจได้เลยค่ะ หรือจะเลือกสินค้าจากกลุ่มเป้าหมายของเราก็ได้ ซึ่งก็ต้องพิจารณาว่าลูกค้าของเราเป็นใคร มีกำลังซื้อประมาณไหน ในตลาดขายสินค้าที่จะขายอยู่ที่ราคาเท่าไหร่บ้าง สินค้าจะขายได้หรือไม่ได้เนี่ย ขึ้นอยู่กับราคาและกลุ่มเป้าหมายเลยค่ะ สินค้าดีแต่ไม่มีคนใช้ ก็ขายไม่ได้นะคะ หลายๆ คนอาจจะเลือกเปลี่ยนสินค้าไปเรื่อยๆ ตามเทรนด์ของผู้บริโภค อันนี้ตัวผู้ขายก็ต้องตามติดกระแสด้วยซึ่งก็มีความเสี่ยงสูงเพราะเทรนด์เปลี่ยนตลอด

  • หาเว็บไซต์แหล่งขายสินค้า

เมื่อเราติดสินใจเลือกสินค้าที่จะขายได้แล้ว ต่อไปก็ต้องตามหาแหล่งขายสินค้าหรือแหล่งผลิดสินค้าที่คุณภาพดี และราคาดี ถ้าเป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ก็ต้องท่องเว็บไซต์เปรียบเทียบหลาย ๆ เว็บเพื่อช่วยเลือกแหล่งสินค้าที่ดีที่สุด แต่ละประเทศก็จะมีเว็บดังที่เหล่าแม่ค้าจะเข้าไปสั่งกัน ประเทศจีนจะเป็นเว็บ Taobao 1668.com ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเว็บ rakuten.com หรือถ้าเป็นเกาหลีก็จะเป็น Gmarket StyleKorean เป็นต้นค่ะ เว็บไหนดีในการพรีออเดอร์ คงต้องทดสอบด้วยตัวเองแล้วค่ะ นอกจากนั้นเราควรหาเว็บไซต์หรือแหล่งขายสำรองเอาไว้เพื่อป้องกันการผิดพลาด อีกเรื่องที่ต้องคำนึงก็คือ ค่าเงินซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดและส่งผลต่อราคาสินค้าโดยตรงค่ะ

  • หาบริษัทรับนำเข้าสินค้า

ได้แหล่งสินค้าแล้ว เราก็ต้องหาผู้นำเข้าให้ค่ะ บริษัทรับนำเข้าหรือที่เราเรียกกันว่า Shipping ก็จะจัดการนำเข้าให้ จะมีหลายบริการตั้งแต่รับนำเข้าจนไปถึงสั่งสินค้าให้ด้วย ราคาก็จะแตกต่างกันไปตามบริการที่เราเลือกค่ะ การจัดส่งมีทั้งผ่านเครื่องบิน รถยนต์ หรือทางเรือ เวลาจัดส่งส่วนใหญ่จะใช้เวลา 10 – 20 วัน ขึ้นอยู่กับประเทศและพาหนะในการจัดส่งค่ะ ซึ่งอาจจะช้าเร็วแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์อื่นๆ ประกอบด้วยค่ะ เช่น ช่วงโควิดการขนส่งอาจจะล่าช้ากว่าปกติ

สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการขายแบบพรีออเดอร์คือระยะเวลาจัดส่ง เพราะเราต้องแจ้งลูกค้าว่าจะได้รับสินค้าภายในกี่วัน หากจัดส่งนานผิดปกติก็จะทำให้เสียลูกค้าไปได้

  • หาช่องทางการขาย

อย่างสุดท้ายที่สำคัญมากคือ การเลือกช่องทางการขาย ซึ่งแต่ละร้านควรมีมากกว่า 1 ช่องทางเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากชึ้นไม่ว่าจะเป็นผ่าน social media อย่าง Facebook Twitter Instagram หรือจะขายผ่าน e-commerce platform อย่าง Shopee Lazada ซึ่งแต่ละช่องทางก็มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป ในช่วงแรกอาจจะทดลองก่อนแล้วค่อยเลือก platform ที่เหมาะสมกับร้านของเรา แต่สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ ถ้าคิดจะค้าขายยาวๆ เป็นอาชีพหลักไปเลย ควรเริ่มต้นสร้างฐานลูกค้าของร้านเราเองไปพร้อมๆ กับสร้างช่องทางการขายของตัวเองซึ่งจะเป็นผลดีกับร้านในระยะยาว

วิธีรับชำระเงิน

ส่วนใหญ่แล้วจะมีวิธีการชำระเงิน 2 แบบ คือ

  • ลูกค้าชำระเงินก่อน : ลูกค้าชำระเงินหรือมัดจำไว้ก่อน ร้านค่อยกดสั่งสินค้า อาจจะแบ่งชำระเป็นจ่ายก่อน 50% สินค้ามาถึงเมืองไทยแล้วชำระส่วนที่เหลือ หรือชำระเต็มครั้งเดียวเลยก็ได้
  • ลูกค้าชำระหลังสินค้าเข้า : ลูกค้าสั่งจองสินค้าไว้ก่อนแล้ว ร้านค้ากดสั่ง นำเข้ามาถึงเมืองไทยแล้ว จึงเรียกเก็บค่าสินค้าจากลูกค้า

เราแนะนำเป็นวิธีแรกคือ ให้ลูกค้าชำระมัดจำหรือชำระเต็มตามราคาของสินค้าก่อนจะกดสั่ง เพื่อไม่ให้ร้านเป็นฝ่ายแบกรับค่าสินค้าและค่าบริการต่าง ๆ ค่ะ และป้องกันการยกเลิกสินค้าในภายหลังค่ะ

วิธีการชำระค่าสินค้า เพื่อความสะดวกของลูกค้าร้านสามารถเลือกให้ชำระผ่านบัตรเครดิต หรือ ชำระแบบโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งถ้าสินค้ามีราคาสูงการเปิดให้ชำระผ่านบัตรเครดิตจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น และสำคัญที่สุดคือ ร้านจะต้องแจ้งจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องชำระให้ชัดเจนทุกครั้งรวมถึงแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าต้องชำระภายในกี่วัน

กำหนดรอบเปิด-ปิดพรีออเดอร์

การกำหนดรอบเปิด-ปิดออเดอร์ขึ้นอยู่กับร้านเลย บางร้านสามารถเปิดพรีออดเดอร์ได้ตลอดเพราะมีรอบจัดส่งของเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่ร้านพรีออเดอร์หลายๆ ร้านจะมีการกำหนดรอบเปิด-ปิดพรีออเดอร์ค่ะ จะช่วยจัดการการสั่งซื้อสินค้าให้เป็นระบบมากขึ้น มีเวลาเปิด-ปิดรอบ และแจ้งลูกค้าได้ชัดเจนว่าสินค้าของลูกค้าที่สั่งอยู่ในรอบสินค้าไหน สินค้าจะถึงไทยอีกประมาณกี่วัน โดยการแจ้งรอบต้องแจ้งให้ชัดเจน ครบถ้วน ผ่านช่องทางที่ติดต่อลูกค้าค่ะ ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากๆ เพราะลูกค้าจะต้องเข้าใจรายละเอียดอย่างชัดเจนก่อนสั่งสินค้า

การกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดพรีออเดอร์ จะช่วยให้เรารู้จำนวนออเดอร์ที่แน่นอน ไม่มีการสั่งเพิ่มหรือยกเลิกออเดอร์ ช่วยให้สั่งสินค้าต่อได้ง่าย จัดการกับออเดอร์ และเตรียมจัดส่งได้แม่นยำไม่ตกหล่น เป็นการอำนวยความสะดวก

เข้าใจความเสี่ยงของการขายสินค้าพรีออเดอร์

  • ไม่สามารถควบคุมระยะเวลาการพรีออเดอร์ส่งได้ 100% เช่น ขนส่ง หรือ โรงงานผลิตต้นทางอาจเกิดปัญหาบางอย่างทำให้ไม่สามารถส่งของได้ตามเวลาที่แจ้ง
  • สินค้าอาจจะไม่ตรงปก ร้านค้าที่รับพรีออเดอร์สั่งของจากร้านที่ไม่มีชื่อเสียงจึงอาจจะเสี่ยงกับการได้ของไม่ตรงกับรายละเอียดที่แสดงไว้ ลูกค้าได้รับสินค้าที่ไม่ตรงตามที่สั่งไว้หรือไม่ได้มาตราฐาน ซึ่งถ้าหากผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่มีแนวทางแก้ไข ก็จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของร้านค้าในด้านลบ
  • อาจได้ของไม่ครบตามจำนวนที่สั่งเนื่องจาก สินค้าอาจจะหมดระหว่างรอปิดรอบ
  • กรณีเก็บเงินหลังสินค้าเข้า อาจเสี่ยงต่อการถูกยกเลิกการสั่งซื้อจากลูกค้า

Loga ตัวช่วยในการขายสินค้า pre-order อย่างเป็นระบบ

เพื่อให้ธุรกิจรับพรีออเดอร์ราบรื่นไม่สะดุด ใช้ Loga เป็นตัวให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า pre-order ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน

  1. ทางร้านใส่รายการสินค้าที่ต้องการเปิดพรีออเดอร์ไว้ในระบบ
  2. ระบุรายละเอียดสินค้าและราคา รวมถึงระยะเวลาในการรอสินค้า
  3. ตั้งค่าการชำระค่าสินค้าไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านบัตรเครดิตหรือโอนเงิน
  4. เช็ครายการสินค้าที่ลูกค้าสั่งได้แบบ real time ลดปัญหาออเดอร์ตกหล่น

นอกจากร้านค้าจะสะดวกแล้ว ไม่ต้องคอยมานั่งจดออเดอร์ ลูกค้าเองก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ง่ายๆ รวมถึงสามารถติดตามอัพเดตสถานะการสั่งซื้อได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะผ่านแอปหรือ LINE OA เรามาดูขั้นตอนการสั่งซื้อกันค่ะ

ร้านค้าที่กำลังมองหาเครื่องมือในการจัดการการขายสินค้า pre-order อยู่ ลองให้ Loga ช่วยสิคะ ดูรายละเอียดฟีเจอร์ Shop เพิ่มเติมได้ที่ https://blog.loga.app/shopping-online/

Post by Webmaster

0 Comments