Schedule a call with us HERE
Logo
12 Feb 2026

Trading Up vs. Trading Down: เมื่อผู้บริโภค 2026 “ยอมจ่ายแพงสุดตัว” ไปพร้อมกับ “ประหยัดขั้นสุดขีด”

ในโลกการตลาดปี 2026 เรากำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ “การตลาดสองขั้ว” ที่ชัดเจนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้เป็นเส้นตรงตามรายได้อีกต่อไป แต่เปลี่ยนไปตาม “คุณค่าทางอารมณ์” และ “ความจำเป็นในการใช้ชีวิต”

นี่คือกลยุทธ์ที่จะช่วยให้แบรนด์อยู่รอดในยุคที่ลูกค้าเลือกที่จะ “ยอมควักกระเป๋าหนัก” ในบางเรื่อง และ “เขียมสุดๆ” ในอีกหลายเรื่อง


1. Trading Up: ยอมจ่ายแพง เพื่อ “รางวัลของชีวิต” (The Premium Shift)

ผู้บริโภคในปี 2026 ไม่ได้มองว่าของแพงคือความฟุ่มเฟือย แต่คือ “การลงทุนในความสุขและตัวตน” * Emotional Premium: แบรนด์ที่ชนะในฝั่ง Trading Up คือแบรนด์ที่ขาย “ความรู้สึก” เช่น กาแฟ Specialty ที่เล่าเรื่องราวตั้งแต่คนปลูกไปจนถึงวิธีคั่ว หรือสกินแคร์ที่ปรับสูตรเฉพาะบุคคล (Personalized)

  • The “Treat Myself” Culture: ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ตึงเครียด ผู้คนหันมาซื้อ “ความสุขขนาดเล็ก” (Small Luxuries) มากขึ้น เช่น ยอมจ่ายค่าโรงแรมหรูในวันหยุดสั้นๆ หรือซื้อสินค้าแฟชั่นที่ยั่งยืน (Sustainable) แม้ราคาสูงกว่าปกติ 2 เท่า
  • Health & Longevity: สินค้าที่พิสูจน์ได้ว่าช่วยให้มีอายุยืนยาวหรือสุขภาพจิตดีขึ้น คือหมวดหมู่ที่คนยินดี Trading Up มากที่สุดในปีนี้

2. Trading Down: ตัดงบในสิ่งที่เป็น “สินค้าโภคภัณฑ์” (The Efficiency Shift)

ในทางตรงกันข้าม สำหรับสินค้าที่ใช้แล้วหมดไป หรือสินค้าที่หาความต่างไม่ได้ ผู้บริโภคจะกลายเป็นนักล่าดีลมืออาชีพ

  • Brand Loyalty ที่ลดลง: ในสินค้ากลุ่มน้ำยาซักผ้า, กระดาษทิชชู่ หรือของใช้ในครัวเรือน ลูกค้าจะเปลี่ยนแบรนด์ทันทีหากพบตัวเลือกที่ “คุ้มค่ากว่า” (Value for Money)
  • Generative Shopping: ผู้บริโภคใช้ AI Agent ในการเปรียบเทียบราคาทุกวินาที เพื่อหาว่าร้านไหนให้โปรโมชั่นดีที่สุด ทำให้แบรนด์ที่ไม่มีจุดเด่นเรื่องอารมณ์ต้องสู้กันด้วย “ราคา” และ “ความสะดวก” เท่านั้น
  • Generic Brand Renaissance: แบรนด์เฮาส์ (House Brands) ของห้างสรรพสินค้าได้รับความนิยมสูงขึ้น เพราะคนมองว่าคุณภาพใกล้เคียงกับแบรนด์ดังแต่ราคาถูกกว่ามาก

กลยุทธ์สำหรับแบรนด์: คุณจะยืนอยู่ตรงไหน?

หากแบรนด์ของคุณอยู่ตรงกลาง (The Muddy Middle) คือไม่ถูกที่สุดและก็ไม่ได้ดูพิเศษที่สุด คุณคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดในปี 2026 วิธีการรับมือมีดังนี้:

  1. เลือกฝั่งให้ชัด: หากจะไปทาง Premium (Up) ต้องยกระดับ Storytelling และ Experience ให้เหนือระดับจน AI ไม่สามารถเลียนแบบความรู้สึกนั้นได้
  2. ถ้าจะสู้ด้วยราคา (Down): ต้องทำให้ “ซื้อง่ายที่สุด” และ “คุ้มค่าที่สุด” โดยการตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกและใช้ AI เข้ามาช่วยจัดการระบบหลังบ้าน
  3. Hybrid Approach: บางแบรนด์เลือกออกสินค้า 2 ไลน์ (Tiering) ไลน์หนึ่งเน้นความคุ้มค่าเพื่อรักษาฐานลูกค้า (Volume) อีกไลน์หนึ่งเน้นความพรีเมียมเพื่อทำกำไร (Margin)

บทสรุป

การตลาดในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องของการจับกลุ่มลูกค้าตามฐานรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการจับ “จิตวิทยาการใช้เงิน”แบรนด์ที่เข้าใจว่าลูกค้าจะยอมจ่ายแพงเมื่อไหร่ และจะประหยัดเมื่อไหร่ คือแบรนด์ที่จะครองพื้นที่ในกระเป๋าสตางค์ของเขาได้อย่างยั่งยืน

Post by Webmaster

0 Comments