Loga ชวนมาลองทำ checklist ความเสี่ยงว่าคุณกำลังจะเสียลูกค้าเก่าไปหาคู่แข่งหรือเปล่า
สัญญาณที่ 1: “ร้านขายดี คนแน่น…แต่ไม่รู้เลยว่าใครคือลูกค้าประจำ”

ที่ร้านของคุณยังเป็นอยู่หรือเปล่า มีลูกค้าเข้าเยอะ ขายได้แต่ในฐานะเจ้าของร้านกลับไม่มีข้อมูลอะไรของลูกค้าในมือเลย ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทร หรือความชอบว่าชอบสั่งอะไร ถ้ายังเป็นอยู่เตรียมเสียลูกค้าไปได้เลย
- พอร้านไม่มีข้อมูล ก็เหมือน “คนหลงทาง” ในการทำตลาด ไม่สามารถทักไปหาลูกค้าตรงๆ ได้เมื่อมีเมนูใหม่หรือสาขาใหม่ แถมยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคนไหนคือลูกค้าชั้นดีที่ควรดูแลเป็นพิเศษ
สัญญาณที่ 2: “ลูกค้ามาครั้งเดียวแล้วหายเงียบ…เหมือนทำโปรโมชั่นไปแจกฟรี”

อัดงบทำยิงแอด (Facebook/TikTok) หรือทำโปรลดราคาแทบตายเพื่อดึงคนเข้าร้าน พอหมดช่วงโปร ลูกค้ากลุ่มนั้นก็หายวับไปกับตา เหมือนกับการ เติมน้ำลงถังก้นรั่ว เพราะยิ่งเติมงบไปเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ เพราะไม่ได้อุดรอยรั่วก่อน
- ทราบหรือไม่ว่าต้นทุนการหาลูกค้าใหม่นั้นสูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่าถึง 5 เท่า!! การที่ร้านมองหาแต่ลูกค้าใหม่เพื่อมากระตุ้นยอดใช้จ่ายมีต้นทุนจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่กลับไม่ได้ไปมองถึงการรักษาลูกค้าเก่า หรือขาดระบบที่จะช่วย “ดัก” ให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำ (Retention) เป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเสียเงินทำการตลาดทิ้งไปฟรีๆ
สัญญาณที่ 3: “ยังใช้ ‘บัตรสะสมแต้มกระดาษ’ ที่ลูกค้ามักจะลืม..ไม่ก็ทำหาย”

บัตรสมาชิกในรูปแบบกระดาษก็เหมือนกับดักสำหรับร้านค้า แม้ว่าร้านจะมองว่าเสียค่าใช้จ่ายแผ่นละบาทสองบาท แต่ผลคือลูกค้าส่วนใหญ่มักพบปัญหาว่า “ลืม” เอาบัตรมา จนพลอยไม่ได้สะสมแต้ม และต้องขอใหม่เรื่อย ๆ เมื่อมองไม่เห็นจุดหมายว่าจ้องสะสมไปอีกเท่าไหร่ก็อาจจะเลิกกลับมาซื้อของแบบดื้อ ๆ เพราะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างท้จริง
- การที่ลูกค้าลืมพกบัตรอาจทำแบรนด์สูญเสียโอกาสในการกระตุ้นยอดขาย เพราะการสะสมแต้มหยุดชะงัก แถมฝั่งร้านค้าเองก็เจอปัญหาโดนปลอมแปลงรอยปั๊ม และไม่เคยได้ Data อะไรกลับมาเลยนอกจากเศษกระดาษ ดังนั้นบัตรกระดาษอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไปในยุคที่ ใครมีข้อมูล มากกว่า คือ ผู้ที่จะอยู่รอดในสมรภูมิข้าวยากหมากแพง
สัญญาณที่ 4: “คู่แข่งรอบตัวเริ่มทำระบบสมาชิก พากันคาบลูกค้าเราไปทีละคน”

ในฐานะเจ้าของแบรนด์ คุณเองได้ลองสังเกตร้านค้ารอบข้าง หรือเจ้าของธุรกิจอื่นในแวดวงเดียวกันหรือเปล่าว่า ร้านเหล่านั้นเริ่มมีระบบสะสมแต้มผ่าน LINE, มีระดับสมาชิก Silver / Gold / Platinum ที่ให้สิทธิประโยชน์ล่อใจ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ แต่ร้านเรากลับยังไม่มีเครื่องมือเหล่านั้น
- ลูกค้าเกิด “ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)” กับแบรนด์ที่มีระบบสมาชิก เพราะรู้สึกว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้ม แถมยังรู้สึกว่าได้เป็นคนพิเศษ ในขณะที่มาร้านเราซื้อกี่ครั้งก็จ่ายเท่าเดิม สุดท้ายลูกค้าเก่าของคุณจะค่อยๆ ย้ายค่ายไปหาคนที่ให้สิทธิประโยชน์ที่ดีกว่า
สัญญาณที่ 5: “จัดโปรโมชั่นแบบ ‘หว่านแห’…ลดแลกแจกแถมจนกำไรหดหาย

ร้านของคุณยังเป็นอยู่หรือเปล่า เวลาอยากกระตุ้นยอดขาย คิดอะไรไม่ออกก็สั่งลดราคา 20% ทั้งร้าน หรือจัดโปร Free Delivery ให้กับทุกคนเท่ากันหมด เพราะไม่มีข้อมูลแบ่งกลุ่มลูกค้า (Segmentation)
- จริง ๆ แล้วร้านมีลูกค้าประจำที่ยังคงยินดีจ่ายราคาเต็มอยู่แล้ว แต่ก็ได้ลดราคาไปด้วย ทำให้ร้านเสียกำไรโดยใช่เหตุ ส่วนลูกค้าที่ชอบของถูกอย่างเดียวพอหมดโปรก็หายไป การทำแบบนี้บ่อยๆ จะทำลายมูลค่าของแบรนด์ (Brand Value) ในระยะยาว
ถ้าลงเช็คสัญญาณเหล่านี้ยิ่งมีเยอะ ยิ่งต้องกังวล เพราะนี่าจจะเป็นสาเหตุที่คุณกำลังเสียฐานลูกค้าให้คู่แข่งแบบไม่รู้ตัว
ให้ระบบสมาชิกของ Loga เข้ามาอุดช่องโหว่ทางการตลาด
ให้ Loga มาช่วยเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณเปลี่ยนจากร้านที่ไม่ได้มีระบบสมาชิก หรือบัตรสะสมแต้ม มาเป็นการเก็บข้อมูลสมาชิกผ่าน LINE OA
- ลูกค้าไม่ต้องพกบัตรเพียงแค่แจ้งเบอร์ก็สะสมแต้มได้
- เก็บข้อมูลตั้งแต่วนแรกที่เริ่มใช้ และ export ข้อมูลได้เอง ร้านรู้ขนาดบิลว่าลูกค้านิยมจ่ายอยู่ช่วงที่เท่าไหร่
- มีการทำ segmentation แบ่งกลุ่มลูกค้าออกด้วย smart tag ที่ระบุว่าใครเป็นกลุ่ม ที่ห่างหายไปนาน ๆ (inactive) หรือลูกค้ารายใหญ่ (top spender) ที่ใช้จ่ายกับเราบ่อย ๆ เพื่อยิงโปรโมชันได้ตรงจุด
- ออกแบบโปรโมชันได้เอง ส่งคูปองให้ลูกค้าได้ตรงตามระดับสมาชิก หรือตาม segment ที่ต้องการ เพื่อให้รู้ใจลูกค้าของคุรที่สุด
- ยกระดับการดูข้อมูลไปอีกขั้นด้วย Loga BI ที่นำข้อมูลจากระบบมา visualize ให้คุณมองเห้นภาพร้านตัวเองมากยิ่งขึ้น รู้ทั้งภาพรวม revenues, RFM model หรือ store performance ก็ดูได้ง่ายๆ
เปลี่ยนจากระบบสมาชิกแบบเดิม ๆ มาให้ Loga เป็นผู้ช่วยในการดูแลข้อมูลสมาชิก พร้อมสร้างฐานลูกค้าของคุณให้ ง่าย สะดวก และยั่งยืน พร้อมข้อมูลครบครัน
สนใจระบบสมาชิกสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @loga




0 Comments